(สำหรับส่วนตัวผม)
ชอบ!สนุก!โอเคเลย คุ้ม!

ไม่สนุก!!
(สำหรับคนรอบข้างผม)
มีคนรอบผมหลายคน=__=ต้องบอกว่าทุกคนเลยที่ไปดูมาก่อนแล้ว บอกว่าไปดูมาแล้วไม่สนุก
แต่พอผมถาม "ทำไมอ่ะ ไม่สนุกตรงไหนเหรอ"
ทุกคนรอบข้างผมก็ตอบว่า".................................."
ทุกคนรอบข้างผมก็ตอบว่า"......................................(เหงื่อเริ่มออกแล้วไหลตามแรงดึงดูด)....."
ทุกคนรอบข้างผมก็ตอบว่า"ก็ไม่สนุกอ่ะ","ไม่รู้ว่ะ ก็ไม่สนุก","คือหนังมันมีสัตว์ประหลาดน้อยไป"
เออจริงในเรื่องเห็นไม่กี่ตัวเอง แต่ตัวใหญ่โคตรรรรรรรรเลยนะ

ผมเองก็ไม่ค่อยได้คำตอบชัดเจนนักในมุมมองของคนอื่นๆ
(ถ้าคนไหนไม่ชอบเรื่องนี้ เพราะอะไรบอกผมบ้างก็ได้นะครับผมเองก็อยากรู้มุมมองอื่นบ้าง)

"แล้วสนุกตรงไหน"...
ส่วนในมุมมองผมนั้นอยากบอกว่าเฮ้ย สนุกออกหว่ะ
(แต่พูดกับใครหลังออกจากโรงไม่ได้เพราะไปดูคนเดียว ที่สำคัญหนีแฟนไปดูมาด้วย ท่าคนสวยของผมอ่านอยู่หล่ะก้อ ขอโต๊ดดด ก๊าบบบ)
หนังเล่าเรื่องผ่านHandy Camตัวเดียว ผ่านมนุษย์กลุ่มนึงที่พยายามเอาชีวิตตัวเองและคนที่เขารัก ให้รอด
"โหยย แม่มโคตรโรแมนติคเลย" ผมรู้สึกเหมือนผมเข้าไปเป็นคนที่ชื่อฮัดเหมือนเดินถือกล้องไปด้วย เดินตามไปเรื่อยๆ
พูดถึงฮัดแล้วก็เป็นCharacterน่าสงสารเหมือนกันนะฮะ บื่อๆโง่ๆหน่อยแต่ข้อดีคือมันรักเพื่อนแล้วก็รักกล้อง(ไม่งั้นไม่มีมันหนังคงไม่มีคนถ่าย)
กลับมาถึงความประทับใจกับผมเรื่องนี้คือ หนังเรื่องนี่ถ่ายถอดความเป็น คนสูงรวมถึงอะไรที่เรียกว่าสัญชาติญานและความรู้สึกของมนุษย์ที่แท้จริงหาได้จากเรื่องนี้
ผมเองไม่ชอบดูหนังแนวซอมบี้หรือสัตว์ประหลาดยึดครองเมืองหรือภัยพิบัติเอาเสียเลย เพราะกลัวว่าช่วงถ้าเรื่อง แม่งจะจบแบบสูตรๆอีก
แต่เรื่องนี้ตอนจบผมก็ว่าเดาได้นะ เพราะมันก็ควรจบแบบทำนองนี้
สำหรับหนังเรื่องนี้ ผมคิดว่า ชอบ!!สนุก!!โอเคเลย คุ้ม!!(พูดได้เท่านี้อ่ะ)

ป.ล.สำหรับเรื่องมุมกล้องนั้น ทำเอาผมปวดหัวแทบอาเจียนพอสมควรเลย แต่เพราะชอบนะตัวเองถึงดูจนจบ อ้วกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ระหว่างดูหนังไปก็อดกลั้นไป

ในเร็ววันนี้ผมอาจจะต้องโกนผม โกนคิ้ว แต่ไม่ต้องโกนขน เพราะต้องทดแทนบุญคุณพระบิดามารดาเสียที
แต่ว่าผมยังไม่พร้อม ผมกลัวว่าผมจะสงบเกินไป ทำยังไงหล่ะไอ้ที่สงบๆน่ะ ทำไม่ค่อยเป็นเสียด้วย
ภาพการห่มเหลืองในสายตาผมมันเป็นแบบนั้นมันเหมือนผ้าเปลี่ยนนิสัย เช่นเวลาเรียกเพื่อนว่า มึงก็ไม่ได้ ด่าไอ้สราดดด ก็ไม่ได้
คงได้แต่เรียกว่าโยมนั่นโยมนี่ เรียกแฟนว่าตัวเองก็ไม่ได้ มันคงอาบัติ ต้องเรียกว่าสีกา ช่วงนี้อาตมาเมสเสจหาไม่ได้นะคิดถึงก็ไม่ได้นะ หว้าา
ผมว่ามันเป็นข้อปฏิบัติที่พิลึกดี แต่ผมว่ามันก็มีขอดีและผมก็ชอบด้วย จากเพื่อนที่ชอบตบหัวตบhum ก็ต้องมายกมือไหว้เราตอนคุยกับเรา ขนาดพ่อกับแม่ที่ทุกครั้ง
เวลาขอตังค์ต้องพนมมือ แต่คราวนี้กลับกัน
5 5 5 5 5 5 5 5 ในใจผมอยากจะบวช แล้วก็ออกมาเทศน์มันทุกวันเนี่ยแหละ คงสนุกดี
แต่อีกใจนึงที่ผมประหลาดใจคือ

เวลาผมไปเดินพันธ์ทิพย์ก็จะเจอพระเดินห่มเหลืองมาสนใจในมุมดีวีดีMP3เนี่ย หลวงพี่สนใจเรื่องไหนหรือขอรับ KOTONOชุดเมดชุดใหม่ยังไม่ออกนะหลวงพี่ เอาREINAชุดอีนู๋สู้ไม่ถอย1รุม100ไปก่อนแล้วกัน
หรืออย่างเช่นวันนั้นผมไปสะพานเหล็ก เดินจนๆไปให้พี่เขาซ่อมplay2ให้(แบบว่าซ่อมฟรี) ข้างๆมีหลวงพี่กำลังยื่นถามพนักงานขายอยู่ ผมก็ไม่อยากเสียมารยาทไปแอบฟังเขาสนทนาธรรมกัน
แต่ใกล้กันซะขนาดนั้นหูผมเลยเสือกอย่างเป็นทางการเสียแล้ว
"โยมๆ PS3(เพลย์สาม) ราคาเท่าไหร่ " หลวงพี่ท่านนึงพูด
"ถ้าแบบ60GB หมื่นหกขอรับหลวงพี่"พี่เจ้าของร้านตอบ
"อืมม......"หลวงพี่ท่านครุ่นคิด
ท่านคงอยากทราบราคาเพื่อเป็นการอัพเดทวิวัฒนการ
"งั้นเอามา2เครื่องเลยโยม"หลวงพี่ตามอย่างมั่นใจแต่น้ำเสียงเนิ๊บๆ

เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ไรของเมิงเนี่ยยยยยยยยยย!ยยยย!!ย!ย!!ย!ย!! มันเป็นคำพูดที่ดังอยู่ในหัวผม เพราะถ้าดังออกไปข้างนอกนี้สงสัยว่าจะได้ชิมยำตีนไก่สูตรเด็ดของหลวงพี่

ผมกลับมาบ้านหิ้วเพลย์สองด้วยอาการน้อยใจกับจินตนาการตัวเองที่มีต่อนักบวช บังเอิญเจอญาติผมเขามาเยี่ยมบ้านผมพอดี
ดีหล่ะได้โอกาศสนทนาธรรมเสียเลย เผอิญญาติผมเขาเป็นคนเคร่งศาสนาพอตัวเลยกะหาที่ระบายอารมณ์
พอเล่าและคุยกับญาติท่านผู้นั้น ท่านก็ได้บอกว่ามาพระก็เป็นคน (พร้อมหัวเราะเหะๆ แสยะๆตามมา)
แต่ผมก็ยังเถียงกลับไปทุกครั้งว่าพระไม่ใช่คน พระเป็นพระได้เท่านั้น เด็กแว๊นเป็นคน ตำรวจที่ชอบโบกกระบะเป็นคน เสี่ยก็ถือว่าเป็นคน เด็กของเสี่ยก็เป็นคน
เวลาคนเราทำอะไรผิด มักจะชอบพูดกันว่าเพราะว่าเราเป็นคนเหมือนกัน
แต่ว่าพระสำหรับผมยังไงก็ควรเป็นพระอยู่ดีเพราะมันมีเหตผลมากมายพอที่จะระบุได้ว่าพระไม่ควรจะเป็นอะไรอย่างอื่นนอกจากพระ

ศีลและธรรม มันไม่มีความหมายกับพระพวกนี้แล้วเหรอ
แล้วคนสมัยนี้(ส่วนใหญ่)กลับมองเห็นความสำคัญแบบนี้ เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วเหรอ
กลับกันถ้าเป็นหนังหรือสื่อ พวกกรมศาสนาและประชาชนพวกนี้ก็จะก็จะมาหาเรื่องปิดโน่นเบลอนี่แบนนั่น
ส่วนตัวผมยังคงประหลาดใจกับมันเสมอ ถึงแม้ว่าจะเจอทุกครั้งที่เดินมาบุญครอง เจอเณรแต๋วแพ้นท์เล็บ ขนตางอลกลับไปทิ่มหน้าผาก เดินถือiphone สะพายย่ามberbery
นึกแล้วอยากหยิบตัลปัตรเดินไปเปิดกระโหลกเณรสีชมพูพวกนี้จริงๆ
Trandและวัตถุนิยม ยังคงอยู่ในพวกพระที่เป็นคน พวกนี้อยู่ ส่วนตัวผมนั้นอาจจะไม่เดือดร้อนโดนตรง
แต่ว่าต่อไปอนาคตเราอาจจะเห็น ตัลปัตรพระของCHANNEL บาตรรุ่นSOROCOฝังเพชรรอบ หรือจีวรหลุยส์ก็เป็นได้
ปกติ

กฏทุกกฏมีความยืดหยุ่นจริงๆหรือ(ว่ะ) หรือว่า ศีลคือความล้าหลัง หลักธรรมคือความไม่มีรสนิยม

สักวันนึงถ้าบวชแล้วผมอาจจะเป็นพระที่เชยๆรูปหนึ่งก็เป็นได้....เฮ้ออ ...อมิตตาพุทธ อาตมาเซ็งตัวกินเป็ด