คือเส้นทางชีวิตของผมตอนนี้ถึงจุดที่ต้องตัดจากความสัมพันธ์กับคนที่สนิทยิ่งคนหนึ่ง

ถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนริเริ่มตัดสินใจ

และผมรู้สึกเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ถึงแม้ผมจะเคยผ่านเคยพบกรณีแบบนี้มาหลายครั้งหลายคราแล้ว

ความเสียใจและความเศร้ามันก็ตามเข้ามาติดๆ ทั้งๆที่ผมคิดว่ามันน่าจะมีภูมิคุ้มกันทางความรู้สึกได้ แต่ไม่เลย

และทั้งๆทีหน้าตาแบบผมไม่น่าจะมีน้ำเล็ดออกจากดวงตาได้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว.......

ช่วงเวลาที่ หาที่ หาทาง เหมาะกับการหยุดอาการน้ำตาไหลก็เกิดขึ้น

ผมลองนั่งอยู่ในห้องที่ผมรู้สึกว่าแคบๆ แคบซะจนผมอยู่คนเดียวได้ สักพักอาการก็ไม่เคยหยุดและลดถดหายลงเลย

ห้องที่แคบที่เท่าขนาดตัวผม เต็มและเกินไปด้วยความรู้สึก เสียดายและเสียใจ

ผมกับค้นพบว่าการนั่งผลานลมหายใจ ไป ฟื๊ด ฟื๊ดดด นั้นไม่ได้ช่วยอะไรกับผมเลย

ผมเลยตัดบทคิดไปทำอะไรให้มันยุ่งซะแม่งทุกลมหายใจซะเลย เริ่มด้วยการ

กิน........................................................................................แล้วก็อิ่ม งั้น,

เล่น.......................................................................................ก็เริ่มเบื่อ งั้น,

ดู..........................................................................................ก็เริ่มหลุด

ด้วยวิธีต่างๆนาผมก็รู้สึกว่ามันช่วยได้ ถ้าเรามีใจพร้อมที่จะทำกับมันเต็มที่ แต่ใจผมตอนนี้มันหายไปไหนซะไม่รู้

ทิ้งไว้แค่อาการเสียใจผสมกับความนั่งซึมเศร้าบนใบหน้าที่ตึงๆเพราะคราบน้ำตา แต่ไม่ถึงกับทำร้ายร่างกายหรืออุปกรณ์

และก็ไม่ถึงกับเรียกได้ว่าเป็นคนปกติ

ผมก็ลองค้นวิธีมาหมดแล้วจึงคิดแผลงๆในใจว่าถ้าหยุดอาการนี้ไม่ได้ก็ยุมันเสียเลยดีกว่า จึงหยิบMP3ที่โฟล์เดอร์ที่ชื่อขว้านหัวใจให้ตายไปข้าง

มีคนไหนไม่รู้เคยบอกว่า เวลาเศร้าเสียใจทางด้านความรัก อย่างฟังเพลงรักเด็ดขาด เพราะฉะนั้นเราจะมาพิสูจน์กัน

เพลงที่1 อืม เพลงที่2อืม 3......4 ถึงเพลงที่เท่าไหร่ไม่รู้ น่าแปลกที่ผมไม่มีอาการฟูมฟายเหมือนคนอื่น

ถึงแม้เพลงที่ผ่านมาจะมีเพลงถึงขั้น"แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ"แม้"รักไม่ช่วยอะไร"เลย"ในภาพเวลาเดิมๆ"

แต่ตั้งแต่ introเพลงที่1ขึ้น น้ำตาที่เคยหนองไหลกลับไหลย้อนกลับมาหลั่งมันอีกครั้ง

ผมจำได้ว่าช่วงนั้นฟังเศร้าที่ไม่ได้เข้ากับสถานการณ์ผมเลย แต่ไหง๋ทำให้ผมนึกถึงเรื่องเก่าๆอีกครั้ง

นั้นคือเหตผลที่ไม่ให้ฟังเพลงเศ้ราใช่ไหม

หลายคนคงบอกว่า ใช่! แต่ผมเองก็บอกว่า ใช่!แต่ควรฟัง

ถึงแม้ช้ำใจแต่ก็ต้องจำ การทำใจไม่ใช่การลืม การทำใจคือการเข้าใจในทำเลที่ชื่อว่าเวลา
 

ป.ล."ขอบใจนะ"และยินดีที่ได้(เคย)คบกัน


(ภาพนี้ ภาค2ครับ)


(ส่วนอันนี้ภาคแรก)

ชื่อจริงของเรื่องนี้เป็นภาษาอังกฤษคือ SEX iS ZER02 ใช่ครับหนังมันหลุดฝาโลงไปแล้วจะเอามาเล่าทำไม

เรื่องก็มีอยู่ว่าตอนหนังเข้าผมไม่ได้ไปดูเมื่อวานเกิดอาการจู่ๆจากดู๊อยากดูขึ้นมาเลยถือโอกาศ

ลงไปยมโลกไปซื้อแผ่นผีฉบับDVDมา (ผมซื้อเฉพาะหนังเทศนะครับ หนังไทยยังไงผมก็อุดหนุนแผ่นจริงเสมอ (สบานเลยเอา))

พร้อมกับความกลัดมันและอยากความขำขันที่มีอยู่ในตัว เอาว่ะ! ดูเลยแล้วกัน

ดู...................................................จน...................................................จบ

SEX iS ZER0(2) ชื่อเรื่องหนังความหมายมันก็คือ เซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

ผมเห็นด้วยกับชื่อหนังมากๆหลังจากที่ได้ดูหนัง..ภาคที่หนึ่ง
ถึงแม้สาระจับไม่ได้เท่าไหร่เอาซะเลย แต่ว่ามุกนั้นผมว่าก็ตลกดีนะ(หมายถึงภาค1นะ) แถมตอนปลายๆเรื่องทำซึ้งได้อีกด้วย

แต่พอมาภาคนี้พูดตามตรงครับ ผิดหวังอย่างจังจากใจจริง เนื่องด้วยพี่แกยกมุกของภาคที่แล้วมาเกือบทั้งดุ้น
ราวกับว่าเอาคู่กรรมมาคิดใหม่ทำใหม ซึ่งไม่ใหม่เอาเสียเลย แค่โกโบริไม่ตายก็เท่านั้น

ไรวะ!มันรำพึงดังๆ ดังๆ ดังขนาดที่ผู้ปกครองต้องมาดูบุตรหลาน(ผม)เลยที่เดียว

อย่างที่ผมบอกแหละครับแทบทุกมุก มันลอกมาเหมือนลอกการบ้านเพื่อนเลย แต่มันแอบดัดแปลงนิดๆหน่อยเพื่อไม่ให้ครูประจำชั้นจับได้ ที่ไหน ซะเมื่อไหร่หล่ะ มันเห็นๆๆๆๆๆๆเลยนะเฟ้ย เด๋วครูปั๊ดตีตูดลายยยยเลย

เสียดายความรู้สึกที่ผมเคยดูภาค1เอาเสียมากๆ ถ้าใครดูภาคหนึ่งแล้วก็คงรู้สึกเช่นเดียยวกับผม_______________________________________________________________________

ภาคนี้กลายเป็นว่า เป็นหนังเรื่องนึงที่(ทีมพากษ์)พันธมิตรต้องพากษ์ให้สุดกำลังปอดแล้วก็สุดกำลังแก็ก

เอาเป็นว่าหากท่านที่ต้องการความทะลึ่งลามกบนหนัง ก็ขอเนะนำให้ว่าไปดูน้องแนท

แต่ถ้าท่านเถียงว่าอยากดูหนังเกาหลีด้วย อันนี้แนะนำว่า เจ้าหญิงพังทลายกับเจ้าชายชาเย็นก็ได้

แต่ถ้าอยากได้2อถรรถแนะนำว่า ดูพร้อมกัน2เรื่อง ก็ไม่ว่ากัน ฮ่า ฮ่า ฮ่าาาาาาาาาาาาาาา

แต่ภาค2ของSEX iS ZER0 ผ่านนนนนนนมันไปเถอะ เชื่อผม

ภาพแรกที่เห็นหนังเรื่องนี้ นั้นป็นอคติครับ ยอมรับอย่างสุดหัวใจเลย ว่าเห็นตุ้ยAFกับกระแต แล้วในหัวผมก็คิดเลยว่าตลาด แล้วปากก็บอกว่า"เออ!เมิงคิดเหมือนกรุเลยสมอง"

ภาพตัดกลับมาที่ตัวผมอีกที ตอนนี้กำลังเตรียมนั่งดูหนังฝรั่งอยู่คนเดียว หนังตัวอย่างเรื่องนี้ก็เริ่มขึ้น...................จน.......จบ

"เฮ้ย! ผมขอโทษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษ
ต่อไปจะไม่อคติกับสิ่งที่ตาเห็นอีกต่อไปแล้ววววววว T__T กรุมันเลว กรุมันมองหนังที่ภายนอก กรุมันไม่กินผัก กรุมันSEXจาดดดดด (ว่ากันไปต่างๆนาๆ)...."
ผมกลับนั่งคิดว่าอยากย้อนเวลากลับไปตบปากตัวเองที่พูดกับโปสเตอร์แผ่นนั้น

กลับมาอีกครั้ง หนังตัวอย่างเรื่องนั้นจบไปหนังตัวอย่างเรื่องฝรั่งหรือพี่ไทยก็มาเป็นพักๆ
แต่หนังตัวอย่างเรื่องนั้นยังคง"กอด"หัวผมไว้แน่นเชียว

ภาพลักษณ์ต่างๆนาที่คิดตอนแรกจางลงเหมือนตดกลางสนามหลวง จางลงอย่างรวดเร็ว

ส่วนตัวที่ผมชอบหนังเรื่องนี้ราวFirst Imprestion เอ้ย! Second Imprestion ก็คงเป็นเพราะว่า
บรรยากาศของหนังผมรู้สึก(ไปเอง)ได้ว่า มันบ้านดีว่ะ หนังแบบนี้หาค่อนข้างยาก หนังไทยส่วนใหญ่มักอิงเหตการณ์มาจากกทม ซะส่วนใหญ่
ผมเป็นคนกทม มาตั้งแต่เด็กจนทุกวันนี้ไม่เด็กแล้ว เลยค่อนข้างเบื่อบรรยากาศกทม. (ต่อไปมันจะทำหนังเกี่ยวกับผู้ว่ากทม.ไหม หึ!)
ยกตัวอย่างเช่น มนต์รักทรานซิสเตอร์ แฟนฉัน เด็กหอ เพื่อนสนิท หรือ แฟนฉันเป็นเพื่อนสนิทของเด็กหอที่ชอบฟังทรานซิสเตอร์(อันนี้ก็มั่ว กันไปให้บรรทัดไม่ว่าง)

และเหตที่ผมชอบอีกก็คือผมจะได้ดูหนังไทย โดยเลี่ยงการดูหนังโรแมนติค คอมเมอร์ดี้ในความหมายของคนไทย
ที่มีสูตรง่ายๆคือ รัก+ตลก = (พระเอก+นางเอก)x(โก๊ะตี๋+จตุรงค์+น้าค่อม)
หรืออีกสูตร(แถมๆ) ตลก+รัก = ตุ๊ดยกกำลัง2(โก๊ะตี๋+จตุรงค์+วงสคนาญาติตลก)+ผู้กำกับเกย์ที่บอกว่าจะทำแต่หนังตลาดเพราะว่าคนดูมันตลาด

ผมเองยังคงมีความเชื่อว่า หนังเรื่องนี้จะเป็นอีกเรื่องนึง ที่จะกอดความทรงจำของคุณ ให้อบอุ่นได้พอสมควรเลยหล่ะ
(ถ้าเรื่องนี้แม่มห่วย นี่สงสัยใสจะโดนด่าบล็อคแตกแน่แท้ 5 5 5 5 5 5 55 5)

ป.ล. ผู้กำกับเรื่องนี้เคยฝากผลงานเรื่อง"สยิว"และ"เฉิ่ม" มาแล้วหากท่านผู้ใดไม่ชอบหนัง2เรื่องนี้ ขอแนะนำให้ข้ามไปดูเรื่องอื่น

ตัวอย่างหนังครับ >>> http://www.siampod.com/blog/gth/3242

อันนี้เรื่องย่อครับ>>> http://www.siamzone.com/movie/m/4969/synopsis